ภาพประกอบต้นฉบับตามหัวข้อ: แผนภาพต้นฉบับตามหัวข้อโดย ChainView BTC866 · ChainView BTC866 Editorial · CC BY 4.0
อีเมลเป็นศูนย์กลางการกู้บัญชี
อีเมลอาจรับลิงก์รีเซ็ตรหัสผ่าน แจ้งถอนเงิน และเอกสารส่วนตัว หากผู้อื่นเข้าถึงได้อาจโจมตีบริการหลายแห่งต่อกัน เริ่มจากอุปกรณ์ที่เชื่อถือได้และตรวจเซสชันที่เปิดอยู่ แยกการเปลี่ยนรหัสผ่านกับการยกเลิกเซสชัน เพราะบางบริการไม่ได้ปิดการเข้าถึงเดิมทั้งหมดเมื่อเปลี่ยนรหัส และแอปที่ได้รับสิทธิอาจยังทำงานต่อได้
ตรวจการส่งต่อและกฎกรองข้อความ
ผู้บุกรุกอาจตั้งกฎส่งสำเนาอีเมลไปที่อื่น ลบคำเตือน หรือย้ายข้อความจากบริการการเงินไปโฟลเดอร์ที่ไม่เห็น ตรวจทั้งการส่งต่อระดับบัญชี กฎตัวกรอง การมอบสิทธิอ่าน และกล่องขยะ ไม่ดูเฉพาะอีเมลที่หน้าแรก การปิดกฎที่ไม่รู้จักควรเก็บรายละเอียดและเวลาไว้ก่อน เพื่อช่วยตรวจขอบเขตข้อมูลที่อาจถูกเปิดเผยโดยไม่จงใจลบหลักฐานทั้งหมด
ตรวจปัจจัยและบัญชีสำรอง
อ่านอีเมลและหมายเลขกู้คืนว่าทุกช่องยังอยู่ในการควบคุมหรือไม่ ใช้ปัจจัยหลายขั้นที่เหมาะกับบริการและเก็บรหัสสำรองแยกจากกล่องจดหมายเดียวกัน หากเก็บรหัสกู้คืนในคลาวด์ที่กู้ผ่านอีเมลนี้จะเกิดวงจรพึ่งพา ตรวจว่าคนใกล้ชิดหรือพนักงานเก่ามีการเข้าถึงที่ยังจำเป็นจริงหรือไม่ โดยรักษาช่องทางของเจ้าของให้กู้ได้ตามปกติ
ทบทวนแอปภายนอกและรหัสแอป
แอปอ่านเมล ปลั๊กอิน และรหัสผ่านเฉพาะแอปอาจมีสิทธิที่ไม่เหมือนการเข้าสู่ระบบหลัก ตรวจขอบเขต วันที่อนุมัติ และผู้พัฒนา ถอนสิทธิที่ไม่ใช้ผ่านหน้าบัญชีทางการ ไม่ติดตั้งเครื่องมือตรวจความปลอดภัยจากข้อความลวง ตัวอย่างสมมติ ผู้ใช้เปลี่ยนรหัสหลักแล้วแต่แอปที่ได้รับโทเคนอ่านเมลยังคัดลอกข้อความได้ จึงต้องตรวจสิทธิแยก
กระทบยอดบริการที่เชื่อมต่อ
หลังรักษาอีเมลให้ปลอดภัย ตรวจประวัติรีเซ็ต การเปลี่ยนที่อยู่ถอน และเซสชันของบริการสำคัญแต่ละแห่งตามลำดับความเสี่ยง เก็บเอกสารบัญชีและคำขอช่วยเหลือโดยไม่ใส่รหัสลับลงรายงาน การส่งอีเมลสำเร็จไม่ได้ยืนยันว่าผู้รับเป็นฝ่ายสนับสนุนจริง ต้องตรวจโดเมนจากช่องทางเดิม วิธีนี้ช่วยปิดทางคงอยู่ของผู้บุกรุก ไม่ใช่เพียงตั้งรหัสใหม่แล้วถือว่าทุกอย่างจบ



